อธิการ มฟน. เข้าร่วมประชุมนานาชาติ ณ มหานครมักกะฮ์

สันนิบาตมุสลิมโลก (MWL) จัดการประชุมนานาชาติครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ

((بناء الجسور بين المذاهب الإسلامية))

“การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างสำนักคิดอิสลาม: สู่ความร่วมมือของชาวมุสลิมที่มีประสิทธิภาพ” ที่มหานครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 6 – 7 มีนาคม 2568 โดยมีนักวิชาการมุสลิมทั่วโลกกว่า 100 คน เข้าร่วม โดยในจำนวนนี้ รศ. ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกิยา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในฐานะสมาชิกก่อตั้งสันนิบาตมุสลิมโลก จากประเทศไทยได้รับเกียรติให้เข้าร่วมประชุมนานาชาติครั้งนี้ด้วย

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของกษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซาอุด ผู้ถวายบริการสองมัสยิดอันทรงเกียรติ  ที่มหานครมักกะฮ์มักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 6 – 7 มีนาคม 2568

1. เป้าหมายของการประชุม

 • ส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างมัซฮับสำนักคิดต่าง ๆ ในอิสลาม

 • ย้ำถึงบทบาทของนักวิชาการอิสลามในการเสริมสร้างเอกภาพ

 • ประสานจุดยืนเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายร่วมกัน

 • เน้นบทบาทของซาอุดีอาระเบียในการสร้างความสามัคคีของโลกมุสลิม

2. หัวข้อหลักของการประชุม

 • หลักการของ “ฟิกฮ์แห่งความแตกต่าง”: อธิบายหลักจริยธรรมและแนวทางการจัดการความเห็นต่างในอิสลาม

 • พื้นฐานของความเป็นเอกภาพอิสลาม: การสร้างจุดร่วมทางความเชื่อและกฎหมายศาสนา

 • แนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างมัซฮับและสำนักคิดต่าง ๆ : พัฒนาความร่วมมือในทางปฏิบัติ

 • ปัญหาของประชาชาติมุสลิม: เช่น ปัญหาปาเลสไตน์, ซีเรีย, ซูดาน และสถานการณ์ของชนกลุ่มน้อยมุสลิม

 • พัฒนาการของ “การเสวนาระหว่างมัซฮับอิสลาม”: ความคืบหน้าของโครงการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างมัซฮับและสำนักคิดต่าง ๆ

 3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

 • เปิดตัวแผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมัซฮับ

 • ก่อตั้ง “คณะกรรมการประสานงานระหว่างมัซฮับอิสลาม”

 • จัดทำสารานุกรม “แนวคิดร่วมของอิสลาม” เพื่อแสดงจุดร่วมของทุกมัซฮับ

 • มอบรางวัลสำหรับผู้ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมเอกภาพของมุสลิม

ขอบคุณเนื้อหาข่าว และ รูปภาพ : FB : Muhammad Ibnu Abdullah Assomadee 


ทีมข่าว theustaz.com

จุฬาราชมนตรีพร้อมอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและคณะร่วมสัมมนานานาชาติที่กรุงบาห์เรน

ในคำให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบาห์เรน (BNA) ดร.อิสมาอีลลุตฟี ระบุว่าการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรและสภาสูงเพื่อกิจการอิสลามแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ถือเป็นก้าวสำคัญที่รวบรวมนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และนักคิดมุสลิม เพื่อเสริมสร้างความเป็นเอกภาพของประชาชาติมุสลิม ตอกย้ำจุดร่วม และร่วมกันเผชิญความท้าทายต่างๆ

ดร.อิสมาอีลลุตฟี กล่าวเพิ่มเติมว่า นักวิชาการมุสลิมได้พยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมเอกภาพของประชาชาติมุสลิมผ่านยุคสมัยต่างๆ ด้วยการขจัดความแตกแยกและความขัดแย้ง ในส่วนนี้ ท่านกล่าวถึงหนังสือ (أمة واحدة)“ประชาชาติหนึ่งเดียว” ที่ท่านได้ประพันธ์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศาสนาและกิจการอิสลามของประเทศคูเวต ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของวัฒนธรรมอิสลาม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการยอมรับความแตกต่างในสังคม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและลดความขัดแย้ง

นอกจากนี้ ดร.อิสมาอีลลุตฟี ยังแสดงความขอบคุณต่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮาหมัด บิน อีซา อัลคอลีฟะฮ์ แห่งบาห์เรน ที่ทรงให้การสนับสนุนและเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าราชอาณาจักรบาห์เรนเป็นศูนย์กลางของการประชุมและกิจกรรมที่ส่งเสริมสันติภาพ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสามัคคีทั้งในระดับศาสนาและมนุษยธรรม

ที่มาข่าว : A Fattah Lutfy Japakiya  & bnanewsen


โดยทีมข่าว theustaz

#4UGAZA8th

19 มกราคม 2568

เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ผศ. มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่า ความช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ #4UGAZA รอบที่ 8 ซึ่งสามารถระดมความช่วยเหลือจากชาวมือบนทั่วประเทศมาแล้วจำนวน 9,739,588 บาท

“นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์พายุแกร่งแห่งอักศอเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันและองค์กรภาคีพันธมิตรได้จัดระดมความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่ครอบคลุม 10 โครงการได้แก่ 1. โครงการละศีลอดเดือนรอมฎอน 2. โครงการกุรบานเพื่อกาซ่า 3. โครงการแจกถุงยังชีพ 4. โครงการห้องครัวเคลื่อนที่และแจกอาการกล่อง 5. โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าโซล่าเซลล์ 6. โครงการขุดบ่อน้ำ 7. โครงการซื้อน้ำดื่ม 8. โครงการสร้างเต้นท์ชั่วคราว 9. โครงการสร้างห้องเรียนชั่วคราว 10. โครงการรอยยิ้มวันอีด “

พี่น้องสามารถส่งความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


มอบความช่วยเหลือครั้งที่1&2
มอบความช่วยเหลือครั้งที่ 3
มอบความช่วยเหลือครั้งที่ 4
มอบความช่วยเหลือครั้งที่ 5
มอบความช่วยเหลือครั้งที่ 6
มอบความช่วยเหลือครั้งที่ 7

#4UGAZA7th

9 ธันวาคม 2567

เวลา 10.00 น.

เป็นมูลนิธิฯ ที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การศึกษาและสังคมที่ใหญ่โต ครอบคลุมหลาย 10 ประเทศทั่วโลก ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพจากทั่วโลกที่เข้ามาในคอนยา โดยเฉพาะชาวซีเรีย ปลสตน. อิรัก โซมาเลีย ซูดาน ซึ่งมูลนิธิฯ ได้เตรียมทั้งอาหารแห้งและอาหารสุกมอบให้ผู้เดือดร้อน รวมทั้งเสื้อผ้าและให้ทุนการศึกษา

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้สมทบงงบประมาณจำนวน 400,000 บาท เพื่อช่วยเหลือเร่งด่วนแก่พี่น้อง GZ ที่กำลังเดือดร้อนจากการถล่มของทหารผู้ยึดครองมาอย่างต่อเนื่อง 

ขอบคุณมูลนิธิ RIBAT, Konya ที่ต้อนรับด้วยความอบอุ่น แถมซื้อตั๋วไปกลับอิสตันบูล – คอนยา ให้กับคณะทั้ง 3 คน 

คอนยาเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรเซลจูก มีกษัตริย์ปกครองหลายพระองค์ และกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงคือ กษัตริย์อาลาอุดดีน ต่อมาอาณาจักรเริ่มอ่อนแอจนกระทั่งถูกผนวกรวมกับอาณาจักรอุษมานียะฮ์ในเวลาต่อมา 

เป็นการทัศนศึกษาดูงานที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะเมื่อมีไกด์กิตติมศักด์ระดับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยช่วยนำเที่ยววันเดย์ทริปครั้งนี้

10 ธันวาคม 2567

เวลา  10.00 น.

ได้มีโอกาสเยี่ยมสำนักงานมูลนิธิ Hayat Yolu ที่มหานครอิสตันบูล พร้อมมอบความช่วยเหลือแก่พี่น้อง GZ จำนวน 400,000 บาทโดยมีดร. ฏอริก ผอ. มูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ  เพื่อนำไปสร้างห้องเรียนชั่วคราว รองรับนักเรียนจำนวน 35 คน พร้อมบุคลากรอีก 3 คน เงินจำนวนนี้นอกจากสร้างห้องเรียนชั่วคราวแล้ว ยังครอบคลุมซื้อเสื้อผ้า อาหาร อุปกรณ์การเรียนภายในระยะเวลา 12 เดือน เริ่ม มกราคม – ธันวาคม 2568 إن شاء الله 

พอช่วงเย็นในวันเดียวกัน  เรามีนัดรับประทานอาหารค่ำ แต่ท่านผอ. ไม่สามารถร่วมวงได้ เพราะท่านเพิ่งรับข่าวร้ายจาก GZ ว่าน้องสาวของท่าน พร้อมสามีของเธอและลูก ๆ อีก 5 คน ที่ GZ ได้รับชะฮีดจากการถล่มแคมป์อพยพของอีเลว 

เราดีใจต่อชัยชนะของพี่น้องซีเรีย แต่เหตุการณ์ถล่ม GZ ก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้มติยูเอ็นจะประกาศว่านายนาแทยาฮูเป็นผู้ก่อการร้ายสากลก็ตาม 


ส่งความช่วยเหลือแก่พี่น้องปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน

1 ปี พายุแกร่งแห่งอักศอ มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันทำอะไรบ้าง

1 .โครงการช่วยเหลือเร่งด่วนจำนวน 6 ครั้งดังนี้
(รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,930,588 บาท)

2. เข้าร่วมสัมมนาระดับชาติและนานาชาติ

3. บรรยาย ให้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับมัสยิดอักศอ, แผ่นดินปาเลสไตน์ ผ่านโรงเรียน และอ่านคุตบะฮ์ตามมัสยิดต่าง ๆ

4. ทำคลิป นำเสนอข่าว ,ข้อมูลเกี่ยวกับปาเลสไตน์และมัสยิดอักศอ ผ่าน เว็ปไซต์ , เฟสบุ้ค และยูทูป theustaz.com

5. พิมพ์หนังสือ “พายุแกร่งแห่งอักศอ” จำนวน 2,000 เล่ม


ทีมข่าว theustaz.com

Qurban4GAZA1445

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันร่วมมือกับ Ghirass for Society Development สำนักงานใหญ่อิสตันบูลและองค์กรสาธารณกุศลกว่า 10 องค์กรทั่วโลกจัดโครงการกุรบานเพื่อกาซ่าปีฮ.ศ. 1445 โดยสามารถเชือดวัวกุรบานที่ประเทศอินเดียจำนวนรวมทั้งสิ้น 150 ตัว ในจำนวนนี้ มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้ระดมเงินจากพี่น้องในประเทศไทยเพื่อมีส่วนร่วมทำกุรบ่านวัวจำนวน 6 ตัว เป็นเงินทั้งสิ้น 360,000 บาท ซึ่งเนื้อกุรบ่านดังกล่าวได้ผ่านการแช่แข็งและลำเลียงแจกจ่ายไปยังพี่น้องชาวกาซ่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات

ในนามมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันขอขอบคุณชาวมือบนทุกท่านที่มีส่วนร่วมจัดโครงการกุรบ่านเพื่อชาวกาซ่าปี ฮ.ศ. 1445 ครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความร่วมมือด้วยดีอย่างต่อเนื่องในโอกาสต่อไป

#QURBAN4GZ1445 #THEONEBODYFOUNDATION #มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ส่งความช่วยเหลือแก่พี่น้องกาซ่าอย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

เลขบัญชี : 054-1-25763-3

ชื่อบัญชี : กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

เลขบัญชี : 172-3-89822-2

ชื่อบัญชี : มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าวต่างประเทศ

โครงการฟื้นฟูบ่อน้ำแก่ชาวกาซ่า

ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ์ผู้ทรงปรานีโครงการ “ฟื้นฟูบ่อน้ำสำหรับผู้พลัดถิ่นในย่านอัล-ซัยตูน ฉนวนกาซาตอนเหนือ (01) ” ได้เสร็จสมบูรณ์ الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات

โครงการนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 740,000 บาท (20,000 ดอลล่าร์) ประกอบด้วย การขุดบ่อน้ำตื้นลึก 8-10 เมตร การซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ติดตั้งแบตเตอรี่ ติดตั้งระบบท่อน้ำและติดตั้งถังเก็บน้ำในอาคารโรงเรียน

โครงการนี้มีความสำคัญมากสำหรับผู้พลัดถิ่นที่สูญเสียบ้านและเป็นผู้ลี้ภัยในบริเวณโรงเรียน เนื่องจากเป็นการจ่ายน้ำให้กับครอบครัวผู้พลัดถิ่นหลายพันครอบครัวในโรงเรียนที่แออัดด้วยผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ซึ่งผู้อยู่อาศัยได้รับความเดือดร้อนจากการถูกตัดน้ำและขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า โครงการนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้พลัดถิ่นเป็นอย่างมาก

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันและเครือข่ายได้ร่วมมือกับ AL-AQSA Foundation -Malaysia จัดโครงการเร่งด่วนนี้ จากเงินบริจาคจำนวน 1,700,000 บาทที่ได้มอบเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งจะดำเนินการ 3 โครงการคือ 1. สร้างเต้นท์ที่พักชั่วคราว 2. ฟื้นฟูบ่อน้ำ 3. ซื้อน้ำดื่ม โดยสามารถส่งความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องได้ ทาง ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หมายเลขบัญชี 0541257633 กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม


โดยทีมข่าวต่างประเทศ

ภารกิจส่งความช่วยเหลือแก่ชาวกาซ่ารอบที่ 6/2024


28 กรกฎาคม 2567 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

โดยจะนำเงินจำนวนดังกล่าวจัดโครงการ 3 โครงการหลักคือ

1. สร้างเต้นท์ชั่วคราวจำนวน 35 หลัง

2. ซ่อมแซมบ่อน้ำเพื่ออุปโภคจำนวน 1 บ่อ

2. ซื้อน้ำดื่ม เพื่อแจกจ่ายแก่ครอบครัวผู้เดือดร้อนจำนวน 100-200 ครอบครัว

وجزاكم الله خيرا

จุฬาราชมนตรีพร้อมด้วยอธิการบดีมฟน.ร่วมประชุมสุดยอดอุละมาอฺโลกที่อิสตันบูล

13 พฤษภาคม 2567

10.00 น.

ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้มีนักวิชาการระดับโลกกว่า  200 คนเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้รับเกียรติจากประธานาธิบดี ฯพณฯ เราะญับ ต็อยยิบ แอร์โดอาน เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดครั้งนี้ ณ สำนักงานประธานาธิบดี ประจำกรุงอิสตันบูล พระราชวังโดลมาบาห์เช่

ประธานสำนักงานกิจการศาสนา Prof.Dr.Ali  Erbas ในฐานะเจ้าภาพและประธานการประชุมสุดยอดครั้งนี้ได้กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “การฟื้นฟูวาระหลักของสนธิสัญญาปกป้องผู้ถูกกดขี่ (สนธิสัญญาอัลฟุฎูล) ศึกษากรณีชาวกาซ่า

การประชุมครั้งนี้มีการนำเสนอประเด็นย่อย 4 หัวข้อได้แก่ 1) การเสริมสร้างการตื่นรู้ของประชาชาติอิสลามต่อความท้าทายร่วมสมัย 2) ยุทธศาสตร์การสื่อสารและแสวงจุดร่วมในการสกัดการรุกคืบของแนวคิดสุดโต่งอันเป็นภัยคุกคามต่อประชาชาติอิสลาม 3) วาทกรรมที่เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความสงบสุขของมนุษยชาติ 4) วิกฤติกาซ่าและบททดสอบแห่งมนุษยธรรม


โดยทีมข่าวต่างประเทศ

ปธน.แอร์โดอานย้ำ การสังหารหมู่ครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติได้เกิดขึ้นแล้วที่กาซ่า

https://www.facebook.com/diyanetbasin/videos/1177096986793875

ประธานาธิบดีแอร์โดอานได้เน้นย้ำว่าการสังหารหมู่ที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติได้เกิดขึ้นแล้วที่ฉนวนกาซาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023

ส่วนหนึ่งของเนื้อหาสุนทรพจน์ของผู้นำตุรเกียสรุปได้ดังนี้

“อิสราเอล ซึ่งได้ขยายอาณาเขตผ่านการยึดครอง การกดขี่และการสังหารหมู่อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้ง จนกระทั่งวินาทีนี้ ซึ่งยังคงทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องหลั่งเลือด จนกระทั่งปัจจุบัน มีเด็ก 15,000 คนถูกสังหารอย่างโหดร้าย พี่น้องชาวปาเลสไตน์ถูกสังเวยชีวิต 35,000 รายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและพลเรือน และอีก 80,000 คนได้รับบาดเจ็บ ผู้คนประมาณ 2 ล้านคนถูกบังคับให้อพยพออกจากบ้านและประเทศของตน กาซ่าซึ่งเคยเป็นเรือนจำเปิดขนาดใหญ่ ก่อนวันที่ 7 ตุลาคม ได้กลายเป็นสุสานขนาดใหญ่โตที่สุด ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เราพบเห็นเฉพาะในเยอรมนียุคฮิตเลอร์เท่านั้น “

“ในช่วง 219 วันที่ผ่านมา เราได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ มีการทิ้งระเบิดถล่มโรงพยาบาล สถานที่มีเกียรติทางศาสนา โรงเรียน มหาวิทยาลัย ทำลายระบบส่ธารณูปโภคและชุมชนพลเรือน ซึ่งไม่มีใครแตะต้องได้ แม้กระทั่งเอ่ยถึงแม้เพียงประโยคเดียว”

 “หลักการ กฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ได้ถูกเหยียบย่ำต่อหน้าต่อตาชาวโลก”

“เราสามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของระบอบและองค์กรระหว่างประเทศที่ถูกกระชากอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันได้ประจักษ์ชัดว่าประเทศที่พูดถึงสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในทุกโอกาสสนับสนุนผู้ที่สังหารชาวกาซ่าจำนวน 35,000 คนต่อหน้าสายตาชาวโลก”

“เราได้เห็นแล้วว่าองค์กรสื่อระหว่างประเทศไม่สามารถเอ่ยถึงนักข่าว 150 คนแม้เพียงประโยคเดียว ที่ถูกอิสราเอลสังหารอย่างเลือดเย็น เราได้เห็นแล้วว่าสหประชาชาติไม่สามารถปกป้องแม้แต่บุคลากรในสังกัดของตนเอง นับประสาอะไรกับชีวิตของชาวปาเลสไตน์”

“เราได้เห็นแจ้งแล้วว่าผู้ที่กล่าวเมื่อวานนี้ว่า “สิทธิในการประท้วงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์’ แต่วันนี้พวกเขาไม่สามารถอดทนต่อการแสดงจุดยืนของกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ได้”

ประธานาธิบดีแอร์โดอานกล่าวอีกว่า ดูเหมือนว่าสหภาพยุโรปยอมจำนนต่ออิสราเอลมากเกินไปที่จะเรียกร้องให้มีการหยุดยิง และกล่าวว่า “เราเห็นอธิการบดีที่ถูกไล่ออกจากงานเพียงเพราะพวกเขาวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอล นักการเมืองก็สิ้นสภาพทั้งตำแหน่งและเกียรติภูม ศิลปินถูกคุกคาม และนักศึกษาไม่มีสิทธิพูดและเสนอความคิดเห็นใด ๆ ทั้ง ๆ ที่เราป่าวประกาศเรื่องเสรีภาพทางความคิด”

 “เราได้เห็นแล้วว่าบรรดาผู้ที่โฆษณาตัวเองว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งเสรีภาพ’ จู่ ๆ ก็หันไปพึ่งพาลัทธิฟาสซิสต์ เมื่อผลประโยชน์ของอิสราเอลตกเป็นเดิมพัน”

ประธานาธิบดีแอร์โดอานกล่าวย้ำว่า เราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและอยู่เคียงข้างกับชาวปาเลสไตน์ตั้งแต่วันแรก และจุดยืนนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

“เราเคยเห็นคนที่บิดเบือนความจริง นิ่งเงียบ โกหกและสร้างข้อมูลเท็จเพื่อสนับสนุนมาตรการโฆษณาชวนเชื่อของอิสราเอล เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตราหน้าว่าฆาตกรสงคราม ในฐานะชาวตุรกี เราได้แสดงน้ำใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่กับชาวปาเลสไตน์ตั้งแต่วันแรก เรากำลังใช้ความพยายามอย่างเข้มข้นเพื่อหยุดยั้งการนองเลือดในฉนวนกาซ่าและป้องกันการโจมตีของอิสราเอล เราเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ฉนวนกาซ่ามากที่สุด โดยมีจำนวนความช่วยเหลือประมาณ 54,000 ตัน เราส่งน้ำดื่มสะอาด 127 ตันทุกสัปดาห์ไปยังฉนวนกาซา ซึ่งอิสราเอลได้ทำลายทรัพยากรน้ำของตน ผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บจากฉนวนกาซามากกว่า 400 ราย รวมถึงผู้ป่วยโรคมะเร็ง ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในประเทศของเรา”

ประธานฝ่ายกิจการศาสนา ศ. ดร. อาลี อัรบาช ชี้ให้เห็นในสุนทรพจน์ของท่านว่าทุกวันนี้ โลกกำลังผันผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ ภายใต้ปัญหาอันสลับซับซ้อน เช่น สงคราม ความยากจน การก่อการร้าย และความสิ้นหวัง ท่านกล่าวว่า “โลกต้องการค่านิยมสากลของศาสนาอิสลาม ศีลธรรมอันดีงามและหลักการที่ยึดถือความจริงมากขึ้นกว่าเดิม ในทางกลับกัน เราสังเกตด้วยความเสียใจว่าชาวมุสลิมผู้ซึ่งควรนำความหวังมาสู่โลกด้วยข้อความแห่งความเมตตาของศาสนาอิสลาม ต้องเผชิญกับปัญหาร้ายแรงในโลกนี้”

ท่านระบุว่า ระยะห่างระหว่างความจริงของอิสลามกับชีวิตและความสับสนยุ่งเหยิงของชาวมุสลิมยังเบียดบังความหมายของศาสนาอิสลามสำหรับมนุษยชาติด้วย

“น่าเสียดายที่ชาวมุสลิมอ่อนแอเกินไปและไม่มีศักยภาพพอที่จะนำเสนอหลักการสากลของศาสนาอิสลามแก่มนุษยชาติ เรารู้ว่าอิสลามมีวิสัยทัศน์ของมนุษย์ที่เน้นไปที่สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน พระองค์ทรงมีหลักความจำเป็นพื้นฐานคือ รักษาศาสนา ชีวิต สติปัญญา ทรัพย์สิน ศักดิ์ศรีและวงศ์ตระกูล มีวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นการตระหนักถึงความรับผิดชอบและศีลธรรมอันดี มีแนวคิดเรื่องกฎหมายที่รับรองชีวิตที่มีเกียรติและปลอดภัย “มีวิสัยทัศน์ของศิลปะที่เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามและสุนทรียศาสตร์”

https://www.facebook.com/diyanetbasin/videos/467237259197378

เอื้อเฟื้อรูปและข่าว : Diyanet İşleri Başkanlığı 


โดยทีมข่าวต่างประเทศ